เอดีบีคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 4

11 Apr

เอดีบีคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 4

เอดีบีคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 4 พร้อมจับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีนเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

นาย ยาสุยูกิส ซาวาดะ (Yasuyuki Sawada ) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี ) กล่าวว่า เอดีบี เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทย ในปีนี้จะเติบโตร้อยละ 4 และ 4.1 ในปี 2562 เนื่องจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศที่กระเตื้องขึ้น ก่อนหน้านี้เมื่อ ธ.ค.2560 เอดีบี เคยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 61 จะขยายตัวร้อยละ 3.8 ใกล้เคียงกับปี 2560

รายงานในฉบับนี้ เอดีบี ได้คาดการณ์ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงได้รับอานิสงส์จากการกระเตื้องขึ้นของการค้าโลกและการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อัตราการเติบโตของอนุภูมิภาคคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 5.2ในปี 2561 และ 2562 ซึ่งเป็นอัตราคงเดิมจากเมื่อปี 2560 การลงทุนและการบริโภคภายในประเทศที่เข้มแข็งจะช่วยเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ส่วนเศรษฐกิจของเวียดนามจะได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มศักยภาพการผลิตในประเทศ

ด้านความเสี่ยงต่างๆ ความเสี่ยงหลักที่เกิดขึ้นคือความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้าจะบานปลาย แม้ว่านโยบายขึ้นภาษีสำหรับสินค้าบางประเภทของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาจะยังไม่ส่งผลต่อการค้าเท่าใดนัก แต่การเคลื่อนไหวต่อไปของสหรัฐและการโต้ตอบของประเทศต่างๆ ที่มีต่อสหรัฐฯ จะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนในเอเชียและแปซิฟิกถดถอยลง นอกจากนั้นการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเป็นตัวเร่งการไหลออกของเงินทุน แต่สภาพคล่องที่มีจำนวนมากในภูมิภาคจะช่วยบรรเทาผลกระทบความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่จะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้เป็นอย่างดี

หนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวลของเศรษฐกิจบางประเทศในเอเชีย จากการศึกษาของเอดีบีพบว่า การสะสมหนี้สินจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น หนี้ภาคเอกชนในประเทศเอเชียกำลังพัฒนาได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก และผลของการก่อหนี้ของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกซึ่งมีผลจำกัดต่อการเพิ่มผลผลิต ได้สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการลงทุนที่งอกงามเสมอไป ดังนั้น ผู้กำหนดนโยบายสามารถรับมือกับความเสี่ยงนี้ได้จากการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการเงินในภูมิภาค.-สำนักข่าวไทย